เปิดรับวัฒนธรรมการดื่มด่ำรสชาติของชาในรูปแบบใหม่ กับแบรนด์ชาชั้นนำระดับโลก “ดิลมา”ที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การดื่มชา รังสรรค์ชาซีลอนชั้นเลิศสู่อาหารและเครื่องดื่มสุดพิเศษ ผ่านการแข่งขัน “DILMAH TEA INSPIRATION FOR 21st CENTURY” โดยโรงแรมชั้นนำจากทั่วประเทศ

                การดื่มชานับเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลกมาเป็นเวลานาน เพราะด้วยรสชาติที่อร่อยกลมกล่อม ดื่มง่าย อีกทั้งยังมีสรรพคุณในการต่อต้านอนุมูลอิสระและป้องกันโรคได้หลากหลายชนิด โดยคนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับการดื่มชาในรูปแบบของน้ำชาที่ชงร้อนเพียงอย่างเดียวและดื่มคู่กับอาหารหรือเซ็ตขนมอย่างอาฟเตอร์นูน ที (Afternoon Tea) แต่หารู้ไม่ว่าชาซีลอนนั้นสามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมในการรังสรรค์อาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่มให้เกิดเป็นเมนูสุดพิเศษได้อย่างมากมาย

โดยล่าสุด ทัศนีย์ อัศวโกวิทวงศ์ ผู้จัดการทั่วไปและผู้ก่อตั้ง บริษัท โกลเบิล พรีเมี่ยม ไวน์ จำกัด ผู้นำเข้าชา     “ดิลมา” (Dilmah) ได้จัดการแข่งขัน “DILMAH TEA INSPIRATION FOR 21st CENTURY” เพื่อเฟ้นหาทีมเชฟและมิกโซโลจิสต์มากฝีมือที่สามารถคิดค้นสูตรอาหารและเมนูเครื่องดื่มรสเลิศที่ได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานจากชาซีลอนพร้อมผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยเทคนิคเหนือชั้น และเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ในการลิ้มรสให้แก่เหล่าผู้รักชาได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยการแข่งขันดังกล่าวได้ถูกจัดขึ้นพร้อมประกาศรายชื่อผู้ชนะเลิศในงานเอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ที่โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ (Rosewood Bangkok) บริเวณห้อง เดอะ พาวิลเลี่ยน (The Pavilion) ชั้น 5

                “ดิลมา” (Dilmah) แบรนด์ชาชั้นนำระดับโลกจากประเทศศรีลังกา ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1988 โดย เมอร์ริล เจ. เฟอร์นันโด ผู้ปลูกชาที่ได้รับการขนานนามว่ามีประสบการณ์มากที่สุดในโลก ภายใต้แนวคิดที่ต้องการมอบชาชั้นเลิศและคุณภาพดีที่สุดแก่นักดื่มชาทั่วโลก ซึ่งคำนึงถึงความสมบูรณ์แบบของใบชาเป็นอันดับแรก โดยใบชาต้องมีความสดใหม่ ไร้สารเจือปน ซึ่งนับเป็นจุดเด่นของดิลมาที่สามารถมอบรสชาติแสนอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของชาซีลอนขนานแท้ที่ผลิตและบรรจุจากไร่ อีกทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดการปลูกชาแบบ Single Origin Tea หรือชาที่มาจากแหล่งปลูกเดียวอีกด้วย

                ทัศนีย์ อัศวโกวิทวงศ์ ผู้จัดการทั่วไปและผู้ก่อตั้ง บริษัท โกลเบิล พรีเมี่ยม ไวน์ จำกัด ผู้นำเข้าชา “ดิลมา” (Dilmah) ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานแข่งขันในครั้งนี้ว่า “เราอยากปลูกฝังค่านิยมใหม่ๆให้กับคนไทยว่าชาเป็นสิ่งที่สามารถสอดแทรกอยู่กับชีวิตของคุณได้ในทุกโอกาส โดยชาสามารถสร้างสรรค์ให้อยู่ในรูปแบบทั้งเครื่องดื่ม ร้อน เย็น ไปจนถึงค็อกเทล และอาหารคาวหวานประเภทต่างๆ ดังนั้นทางแบรนด์ ‘ดิลมา’ จึงริเริ่มแนวคิดการปรุงชารูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้เราได้สัมผัสประสบการณ์การลิ้มรสชาติของชาที่แตกต่างออกไปจากเดิม ซึ่งเมื่อชาถูกปรุงออกมาให้เป็นเมนูใหม่ๆก็จะสามารถเพิ่มโอกาสในการรับประทานและเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้เราจะมีการจัดแข่งขันค้นหาเชฟและมิกโซโลจิสต์สุดยอดฝีมือที่สามารถรังสรรค์เมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ได้อย่างสร้างสรรค์ โดยมีบันดาลใจหลักมาจาก “ชาดิลมา” เพื่อให้ได้เมนูพิเศษสูตรใหม่ถูกใจเหล่านักชิมทั่วโลก”

            โดยการแข่งขันครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเชฟและมิกโซโลจิสต์ของโรงแรมชั้นนำทั่วประเทศเข้าร่วมโชว์ฝีมือสร้างสรรค์เมนูสุดพิเศษจำนวน 18 ทีม ได้แก่ โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพฯ สุขุมวิท (Sofitel Bangkok Sukhumvit), โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท และโรงแรมดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ (Hilton Sukhumvit and DoubleTree by Hilton Sukhumvit Bangkok), โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ คิง เพาเวอร์ (Pullman Bangkok King Power), โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ รีสอร์ท (Anantara Riverside Bangkok Resort), โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ จี (Pullman Bangkok Hotel G), โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน (Royal Orchid Sheraton Hotel & Towers), โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค (Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park), โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ (Renaissance Bangkok Ratchaprasong hotel), โรงแรมอนันตรา สาทร กรุงเทพฯ (Anantara Sathorn Bangkok Hotel), โรงแรมอวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ (Avani Riverside Bangkok Hotel), โรงแรม ซาเซ็น บูติก รีสอร์ท แอนด์ สปา (Zazen Boutique Hotel Resort & SPA), โรงแรมอวานี หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ (Avani+ Hua Hin Resort),                 โรงแรมอนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต วิลล่า (Anantara Mai Khao Phuket Villas), โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เกาะสมุย (The Ritz Carlton Koh Samui), โรงแรมโฟร์ซีซันส์ รีสอร์ท เกาะสมุย (Four Seasons Resort Koh Samui), โรงแรมอนันตรา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล เอเลแฟนท์ แคมป์ แอนด์ รีสอร์ท (Anantara Golden Triangle Elephant Camp & Resort), โรงแรมบันยันทรี ภูเก็ต (Banyan Tree Phuket) และโรงแรมฮิลตัน ภูเก็ต อาร์คาเดีย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Hilton Phuket Arcadia Resort & Spa)

                และงานครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจาก ดิลฮาน ซี. เฟอร์นันโด (Dilhan C. Fernando) กรรมการบริหารแบรนด์ชาระดับโลก “ดิลมา” (Dilmah)ปีเตอร์ คูรูวิต้า (Peter Kuruvita) เชฟชื่อดังชาวออสเตรเลียแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ “ดิลมา” (Dilmah) และ โทเมค มาเลค (Tomek Malek) มิกโซโลจิสต์ชื่อดังผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันระดับโลก World Champion Flair Bartender ครั้งที่ 4 มาเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการแข่งขันครั้งนี้ โดยเกณฑ์การตัดสินนั้นจะเลือกผู้ชนะจากทีมที่สามารถสร้างสรรค์แรงบันดาลใจในการปรุงเมนูอาหารและเครื่องดื่มโดยใช้ชาซีลอนเป็นส่วนประกอบได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด ซึ่งรางวัลของผู้ชนะนั้นจะได้ร่วมเดินทางไปยังประเทศศรีลังกาเพื่อเยี่ยมชมความสมบูรณ์ของไร่ชา “ดิลมา” (Dilmah) พร้อมชมขั้นตอนการปลูกและคัดสรรใบชาอย่างพิถีพิถันก่อนนำมาผลิตเป็นชาซีลอนอันเลื่องชื่อ อีกทั้งยังได้พักผ่อนในโรงแรมหรูติดทะเล เคป เวลิกามา (Cape Weligama) ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงาม

                ซึ่งผู้ชนะเลิศในการแข่งขัน พร้อมคว้ารางวัล Grand Winner Award ในงานครั้งนี้ คือ เชฟ แดเนียล ฟรังโก (Daniel Franco) และมิกโซโลจิสต์ ธนวร สิทธิชัย จากโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เกาะสมุย (The Ritz Carlton Koh Samui) ทั้งคู่ได้รังสรรค์เมนูอาหารและเครื่องดื่มสุดพิเศษที่มีส่วนผสมของชา “ดิลมา” (Dilmah) โดยได้รับแรงบันดาลใจความงดงามของธรรมชาติและสุนทรียภาพรอบตัว โดยเมนูอาหารและเมนูเครื่องดื่มถูกรังสรรค์ขึ้นมาให้มีรสชาติที่ตัดกันแต่เมื่อรับประทานคู่กันก็จะให้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัว

        นอกจากนี้ทีมผู้ชนะเลิศ เชฟแดเนียล ฟรังโก (Daniel Franco) และมิกซ์โซโลจิสต์ ธนวร สิทธิชัย จากโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เกาะสมุย (The Ritz Carlton Koh Samui) ยังได้แชร์วิธีการทำเครื่องดื่มที่รังสรรค์จากชา “ดิลมา” (Dilmah) คือเมนูเครื่องดื่ม “ชัย มาซาล่า ไอซ์ มัคคิอาโต” (Chai masala Iced Macchiato) โดยใช้ ชาซีลอนผสมขิงจากแบรนด์ดิลมา (Dilmah ceylon ginger tea) 20 กรัมอบเชย (Cinnamon) 10 กรัมกระวาน (Cardamom) 5 กรัมโป๊ยกั๊ก (Star anise) 5 กรัม, กานพลู (Clove) 3 กรัม และนมสด (Milk) 1 ลิตร  โดยนำส่วนผสมทั้งหมดมาผ่านกระบวนการปรุงให้สุกโดยบรรจุในถุงสุญญากาศ (Sous Vide) ที่อุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียส ประมาณ 1 ชั่วโมง จะได้ ชามาซาล่า ชัย (Masala Chai Tea) 60 มิลลิลิตร  จากนั้นนำมาผสมกับชาดิลมาอัลมอลด์ (Dilmah almond extract tea) 10 มิลลิลิตร รินใส่ในแก้วพร้อมตกแต่งด้วย ฟองมาซาล่า (Masala foam) อบเชยแท่ง (Cinnamon Stick), และส้มอบแห้ง (Dry Orange)

                ติดตามข่าวสารการแข่งขันและกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับแบรนด์ “ดิลมา” (Dilmah) ได้ทาง www.dilmahteathailand.com หรือ facebook.com/dilmahteathailand