ค่ำคืนนี้ MadamePuja จาก Glitzmagazines  พามา “อร่อยติดดาว” ที่ “วังหิ่งห้อย” พร้อมกระทบไหล่ กับ เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ ธรรมพันธ์ เชฟกระทะเหล็กคนล่าสุด

 ค่ะ! ตอนนี้เวลาประมาณ 5 โมงเย็น แสงสวยกำลังดี…MadamePuja อยู่ที่ร้านหน้าร้าน ‘วังหิ่งห้อย” แล้ว อเมซิ่งมาก …ไม่คิดว่าย่าน RCA จะมีบรรยากาศที่สดชื่นเขียวขจีจากแนวต้นไม้ใบหญ้าให้เราเห็นในใจกลางเมืองที่แสนวุ่นวาย 

 ‘วังหิ่งห้อย’ ได้มีการจำลองระบบนิเวศน์และความสมบูรณ์ของป่ามาไว้กลางกรุง ผู้มารับประทานอาหารที่นี่จะได้ชมแสงระยิบระยับของเจ้าหิ่งห้อยนับพันที่แทบไม่เคยพบเห็นได้ในเขตเมือง  เมื่อก้าวมาในร้านรู้สึกเหมือนได้ก้าวสู่โลกใหม่ที่ชาร์จพลังให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง “

บรรยากาศการตกแต่งภายใน สัมผัสได้ถึงความมีชีวิตชีวา และ สัมผัสได้ถึงพลังแห่งธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ 

“ ไฟ คือพลังแห่งชีวิต เปรียบดั่งแสงสว่าง
ที่เปล่งประกายออกมาจากตัวหิ่งห้อย” 

ที่   ‘วังหิ่งห้อย”   ร้านอาหารไทยสไตล์ Thai Inspired Cuisine  เป็นการจับอาหารไทยมาแปลงโฉมชุดใหญ่ใส่ชฎา คือ สิ่งที่เห็นจากตา จะไม่ใช่สิ่งที่คิด ต้องใช้สัมผัสจากการชิมรสชาติถึงจะรู้   ทางร้านได้จัดธีมอาหารมาเป็นธาตุทั้ง 4  คือ  ดิน  น้ำ ลม และ ไฟ  สำหรับมื้อค่ำสุดโรแมนติคในคืนนี้ “วังหิ่งห้อย”  จัดเป็นธีม “ธาตุไฟ’    ซึ่งเป็นธีมสุดท้าย  ก่อนหมดฤดูกาลในวันที่  14 ตุลาคม  ใครอยากมาชิมต้องรีบหน่อยนะ  หลังจากนั้นทางร้านจะเสิร์ฟ เป็นธีม Finale จนถึง 31  ธันวาคม 2562

วังหิ่งห้อย ดําเนินการโดยคุณวินิจ เลิศรัตนชัย, คุณศุภฤกษ์ โรจน์วงศ์สุริยะ และคุณวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์  แต่ละเมนูรังสรรค์มาโดย เชฟนิค-ณัฐพล ภวไพบูลย์, เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ ธรรมพันธ์ และเชฟอ้น-สุวิจักขณ์ แก้วสิริมงคล ซึ่งคอร์สเมนูในธีมไฟนี้ มีชื่อว่า Spirit of Fire และจำกัดเพียง 40 ที่นั่งต่อวัน ราคาท่านละ 2,890++ บาท (จับคู่กับค็อกเทล +550 บาท)

เชฟนิค กำลังเล่าถึง Inspiration แต่ละเมนูอาหารให้ฟัง พร้อมเห็นฉากหลังเป็นป่ากลางเมือง

เชฟนิค  เล่าถึง Inspiration แต่ละเมนูอาหารให้ฟัง พร้อมฉากหลังเป็นป่ากลางเมือง ว่า  “วังหิ่งห้อย” มีการจําลองระบบนิเวศ เพื่อให้คนเมืองได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มีหิ่งห้อยเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ เชื่อมโยงความเป็นเมือง ป่า คนเข้าไว้ด้วยกัน ด้วยแรงบันดาลใจจาก ‘ธาตุแห่งชีวิต’ ได้แก่ ดิน น้ํา ลม ไฟ ที่จะสื่อออกมาผ่านทุกความรู้สึก รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส   

น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ หนึ่งใน Partner วังหิ่งห้อย

สำหรับเมนูอาหารทางร้านนําเสนอในรูปแบบของ Thai-Inspired Cuisine โดยนําวัตถุดิบที่ใช้ในอาหารไทยมาแยกชิ้นส่วนแล้วประกอบใหม่ให้แตกต่างไปจากเดิม รสชาติใกล้เคียงกับสูตรเดิม แต่จะทวิสต์ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น”

MadamePuja เห็นและชิมแล้วถึงกะว๊าวเลย !  ที่สำคัญยังได้มีโอกาสกระทบไหล่กับเชฟอ๊อฟ เชฟกระทะเหล็กคนล่าสุดที่นี่ด้วยค่ะ

เชฟอ๊อฟ-ณัฐวุฒิ ธรรมพันธ์ และ เชฟนิค-ณัฐพล ภวไพบูลย์  สองเชฟถูกหลอกให้มองบน

ตะหลิว ปะทะ เชฟกระทะเหล็ก

แก๊งก๊วนชวนหิว

บรรยากาศ ห้องพิเศษ รอชมหิ่งห้อย

มุมสวย MadamePuja อยากอวด มาเริ่มกันที่ ขนมปังเนื้อนุ่มสีส้มพีชที่มีส่วนผสมน้ำบีทรูท    บอกเลยว่า ไม่ติดดาวให้คงไม่ได้แน่นอน อร่อยลงตัว ขนมปังมีความเหนียวนุ่ม  ดิปกับซอส berry mix มีความเปรี้ยวอมหวาน  

 

 แก้วนี้ชื่อ “เย้ายวน ” เป็น Welcome drink กลิ่นหอมละมุนของพีช ผสานความหวานของน้ำแอปเปิ้ล แซมเปรี้ยวนิดของน้ำกระเจี๊ยบ ให้ความรู้สึกเย้ายวน สมชื่อจริงๆ 

 มาพบกับอาหารจานแรกที่เสิร์ฟความร้อนแรงกันด้วย ชนวน (Ignite) Amuse Bouche ตัวแรกที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของความร้อนแรง และเสน่ห์หาในธีมไฟ เป็นการเตรียมความพร้อมและปรับสมดุลร่างกายก่อนที่จะพบกับความว๊าวในจานถัดไป

เมนูนี้เป็นซุปขิงมันม่วง ผสานกับฟองนมเบคอน 
 กินคู่กับแผ่นแป้งอบกรอบ ตัดกับมันหมูผัดพริกเผา     เสิร์ฟมาในกล่อง ประหนึงหีบสมบัติล้ำค่า  

ปลุก (Awake)  เสิร์ฟมาบนเขียงไม้ การจัดจานมีความครีเอทีฟมาก  เมนูที่ทำมาจากหอยนางรมสดที่จะช่วยปลุกความร้อนแรง    หากใครไม่ชอบหอยนางรมทางร้านจะเปลี่ยนเป็นเห็ดแทน

เถ้าถ่าน (Ashes) ชื่อนี้เพราะใช้ถ่านมาเป็นส่วนผสมในอาหาร ได้แรงบันดาลใจจากยำปลาสลิด โดยเชฟได้นำน้ำยำมาทำให้เป็นวุ้น ผสมเข้ากับรสของถ่าน เปรียบเสมือนการนำปลาแห้งมาย่างบนเตาถ่านที่ให้กลิ่นและรสชาติอันเย้ายวน  เมนูนี้เรียกว่าแต่งตัวใหม่ใส่ชฎาจนจำไม่ได้   

อาบแดด (Sunbath) เนื้อหมัก หรือกุ้ง  เซียร์บนหินร้อน แล้วจึงราดตามด้วยซอสลาวาครบรส เนื้อหินร้อน เนื้อหั่นบางๆ ถูกทำให้ความร้อนด้วยอุณหภูมิกำลังพอเหมาะ กลิ่นหอมฉุยยิ่งขึ้นเมื่อสาดเหล้าใส่บนหิน   ตัวซอสทำจากเต้าหู้ยี้ผสมกับเครื่องเทศต่างๆ กินมากๆ 

แสงเหนือ (Aurora) เป็นการผสมผสานกันระหว่างอาหารเรียบง่ายอย่างต้มจับฉ่ายกับวัตถุดิบใหม่ๆ   หมูสามชั้นที่ตุ๋นจนเปื่อยมีความนุ่มละมุนลิ้น ซดคู่กับน้ำซุปอร่อยล้ำ 

พลุ (Firework)  เป็นสลัดที่ราวกับกินของหวานทั้งสนุก ทั้งเพลิดเพลินไปกับเสียงและสัมผัสในปาก ตกแต่งด้วย ซอสบีทรูท ใบเตยและชีส รสชาติของแป้ง เหมือนทาน ทองม้วน   ทางเชฟเล่าว่า การจุดพลุในช่วงเทศกาล คือ แรงบันดาลใจของคอร์สนี้ แถมยังเพิ่มลูกเล่นด้วยการพาย้อนกลับไปวัยเด็ก ด้วยสลัดผลไม้เคลือบ Pop Rock ที่ป๊อปในปาก และตกแต่งจานด้วยครีมซอสที่รสชาติที่ต่างกันออกไป   

โลกันต์ (Inferno)   จานปลา ฟองโฟมซอสสีแดงสด ผัดฉ่า ตัดกับข้าวสีเขียว ทำให้จานนี้ดูพิเศษทันที   พริกไทยแดง ตัดด้วยริซอตโตครีมยี่หร่า ใช้ปลาคังปลาคังชิ้นโต ถูกทำให้หนังกรอบ เนื้อปลานุ่ม ฉ่ำน้ำ   ตกแต่งด้วยผักและดอกไม้ 

พลุ่งพล่าน (Burst) มนคอร์สที่ยกระดับแกงเทโพ เสิร์ฟมาเป็นหมูติดกระดูกชิ้นโต เนื้อนุ่ม ราดด้วยซอสเทโพรสเผ็ดได้อย่างลงตัว กินคู่กับผลเบอรี่แก้เลี่ยน

เดือดดาล (Rage) ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำตก ซึ่งส่วนผสมจากสมุนไพรของโครงการหลวง

ไอซ์ลาวา (Ice Lava) ไอศกรีมข้าวหมักเปียกลำไย คลายความสงบหลังจากผ่านความเร่าร้อนมาทั้งเซตให้เย็นลง  แฮร่!! MadamePuja ไม่ชอบชีสเลยไม่ปลื้มถ้วยนี้

อาทิตย์อุทัย (Rising Sun) บิงซูนมสดท๊อปด้วยเฉาก๊วยเนื้อเหนียวหนึบ มีประกาย โรยด้วยไอซิ่งกลิ่นกุหลาบ ได้แรงบันดาลใจมาจากการชมซากุระ และทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิ พร้อมมอบความสดชื่นเป็นการปิดฉากธีมไฟไปพร้อมๆ กับพระอาทิตย์ตกดิน

 

บาร์เครื่องดื่ม

สำหรับเครื่องดื่ม ทุกแก้วแฝงไปด้วยเรื่องราวความเชื่อแบบไทยๆ ที่ทุกแก้วล้วนมีเซอร์ไพร์สให้คุณต้องหลงใหลไปกับรสชาติและการนำเสนอที่ครีเอทีฟสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น สุมไฟ (Sum Fai) มะพร้าวน้ำหอมจากบ้านแพ้ว สมุทรสาคร หวานกลมกล่อมและกลิ่นหอมชื่นใจ ผสมผสานกับน้ำสับปะรดภูแลเชียงราย รสหวานอมเปรี้ยว ให้ความรู้สึกถึงการดื่มด่ำบนชายหาด แผดเผา (Phaet Phao) พริกหัวเรืออีปาดจากศรีสะเกษที่มีความเผ็ดร้อนแรง นำมาตากแห้ง และเกลือสินเธาว์ มิกซ์ด้วยมะเขือเทศสดจากโครงการหลวง ร้อนรุ่ม (Ron Room) มีส่วนผสมของว่านพระอาทิตย์ที่มีสรรพคุณบำรุงและเสริมสมรรถภาพ กระตุ้นให้เลือดลมสูบฉีด รวมไปถึงกระเจี๊ยบ และน้ำผึ้งจากโครงการหลวง รมควัน (Rom Khwan) น้ำส้มสีทองจากน่าน รวงผึ้ง และพีชจากโครงการหลวง และเพลิงนาง (Phloeng Nang) น้ำสับปะรดภูแลเชียงรายผสมผสานกับบีทรูทจากโครงการหลวง

 

สำหรับใครที่อยากมาลองเปิดประสบการณ์แสนพิเศษ และร่วมส่งท้ายธีมไฟ ธีมสุดท้ายของซีรีส์ 4 Elements กับร้านอาหาร “วังหิ่งห้อย” ร้านอยู่บริเวณสนามกอล์ฟ RCA บนถนนกำแพงเพชร 7 หรือ จะนั่ง MRT ลงสถานีเพชรบุรี แล้วต่อรถมายังร้านได้เช่นกัน เปิดบริการทุกวัน เวลา 18.30-00.00 น.

  • สอบถามข้อมูล โทร. 091-979-6226 เว็บไซต์: www.wanghinghoi.com และ Facebook: WangHingHoi