Fall 2019 เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล และรวมรวมงานความลักชัวรีอันเป็นที่สุดไว้ด้วยกัน ซีซั่นนี้ ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ “นิโคล่า กลาส” ยังคงมุ่งมั่นสานต่อแบรนด์ดีเอ็นเอ – สีสันและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น ทันสมัย และตอกย้ำวิสัยทัศน์ของแบรนด์ภายใต้คอนเซ็ป “Optimistic Femininity” หรือ ในมุมมองของผู้หญิงคิดบวก, สดใส, มั่นใจ และมีพลัง

องค์ประกอบสำคัญของซีซั่นนี้ ได้แรงบันดาลใจจากงานดีไซน์ในยุค 70 และ 40 ด้วยการผสมผสานของงานผ้าและรูปทรงซิลลูเอทที่พริ้วไหว อันรวมถึงลายปริ้นท์หนังสัตว์ (เพราะเรารักลวดลายเสือดาว, จระเข้, เสือชีตาร์และงู เท่าๆกัน) นอกจากนี้ องค์ประกอบของเนื้อผ้า, ลวดลายฟลอรัลอาร์ตแนวศิลปะชวนฝัน, ลายเส้นโค้ง และโทนสีสุดหรู ที่กลับมาสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับคอลเล็กชั่นนี้อีกครั้ง

โทนสีใหม่ๆอันเป็นเอกลักษณ์ของซีซั่นนี้ อาทิ น้ำตาล, ชินนามอน, และโทนสีเบอร์รี่ ล้วนแล้วแต่มาสร้างความสนุกสดใส ไปจนถึง สีม่วงไลแลค ได้กลายเป็นสีหลักที่สามารถจับคู่สีได้กับทุกสี ตั้งแต่โทนสีร้อนของน้ำตาล ไปจนถึงสีเขียวเอเวอร์กรีนและสีทองเรซิน

ในส่วนของสไตล์จะเน้นไปที่การผสมผสานของลายปริ้นท์และเนื้อผ้าต่างชนิด (อาทิ การผสมเอาลายหนังจระเข้และผ้าลูกฟูกเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างโทนสว่างและโทนแมทด้าน), ลายฟลอรัลปริ้นท์ที่ให้ความรู้สึกเสมือนลายสัตว์ และที่สำคัญการมิกซ์แอนด์แมทซ์ด้วยเครื่องประดับต่างๆอันเป็นเอกลักษณ์ของซีซั่นนี้ อาทิ เทรนด์กระเป๋าสองใบ, ผ้าโพกหัวและถุงน่องกลิตเตอร์วิบวับ

คอลเล็กชั่น Fall 2019 นี้ได้รวบรวมเทรนด์ต่างๆจากรันเวย์ทั่วโลก อาทิ แรงบันดาลใจจากยุค 70, โทนสีม่วงต่างๆ, ลายปริ้นท์ลายสัตว์, ลายปริ้นท์ฟลอรัลดอกไม้, เทรนด์เสื้อคลุมและเทรนด์กระเป๋าสองใบในลุคเดียว

 

เสื้อผ้า

เสื้อผ้าสำหรับคอลเล็กชั่นนี้ มีวิวัฒนาการงานดีไซน์ด้วยเนื้อผ้าใหม่ๆ, ลายปริ้นท์, โทนสีและการยกระดับชิ้นงานด้วยการประดับตกแต่งต่างๆ เน้นความเรียบง่ายและรายละเอียดที่สัมผ้สได้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว, กระโปรงพลีททรงไม้กวาดและเสริมยางยืดที่ช่วยให้โครงสร้างดูนุ่มนวล ในขณะเดียวกันดีไซน์การจับจีบหรือการทบผ้าที่เหลี่อมกันจะช่วยสร้างความพริ้วไหวให้กับเนื้อผ้าและดีไซน์เป็นพิเศษ

 

เสื้อคาร์ดิแกนตัวโคร่งหรือเสื้อแจ๊กเก็ตโอเวอร์ไซส์ (ทำให้นึกถึงเสื้อผ้าของสุภาพบุรุษ) เน้นความหรูหราเรียบง่าย – รวมถึงเสื้อโค้ทบุนวมนุ่มๆ, เสื้อคลุม, เสื้อเทรนช์โค้ต, เสื้อคลุมตัดเย็บแบบเฉียงและเสื้อคลุมแบบไม่มีแขน

 

 

 

กระเป๋า

เทรนด์กระเป๋า 2 ใบใน 1 ลุค ที่กำลังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะในเฉดสีเดียวกันแต่ต่างวัสดุ หรือการจับคู่กันของลายสัตว์ ซีซั่นนี้เราเริ่มต้นด้วยการลองจับคู่กระเป๋าไซส์ใหม่ๆ อาทิ กระเป๋ากล้องกับกระเป๋าหิ้วใบยักษ์สไตล์นักเดินทาง หรือกระเป๋าใส่โทรศัพท์กับกระเป๋าถือ จึงนับว่าเป็นการนำเสนอดีไซน์กระเป๋าใหม่ๆ โทนสีและดีเทลการออกแบบใหม่ๆนั่นเอง

 

โครงสร้างกระเป๋าหลักๆ อาทิ กระเป๋ารุ่น Candid กระเป๋ากล้องที่สามารถใส่ไอโฟนไซส์ 33 มม.ได้ พร้อมด้วยดีไซน์สายคาดสองสีตัดกัน และกระเป๋ารุ่นแนะนำอีกรุ่น Romy ผลิตจากหนังปั้มลายหนังจระเข้ เป็นการผสมผสานระหว่างหนังละเอียดและหนังเรียบ และแต่งด้วยฝาปิดสเปดหัวใจทวิสต์ล็อคอันเป็นเอกลักษณ์ (ซึ่งสไตล์กระเป๋าถือใบเล็กนั้นเป็นอีกหนึ่งสไตล์ยอดนิยมของเรา), กระเป๋ารุ่น Tate กระเป๋าถือทรงสี่เหลี่ยมเบสิคหูจับดีไซน์โค้งกระชับ เน้นการใช้งานและการผสนผสานของหนังสองแบบเข้าด้วยกัน กระเป๋ารุ่นถัดไป Farrah กระเป๋าสะพายทรงสี่เหลี่ยมสายยาว แต่งทวิสต์ล็อคหัวใจ และเป็นการผสมผสานของหนังกลับและหนังกำมะหยี่เข้าด้วยกัน

 

 

 

 

นอกจากนี้ ยังคงออกแบบกระเป๋ารุ่นหลักๆต่อเนื่องมาจากคอลเล็กชั่นก่อน อาทิ กระเป๋ารุ่นนิโคลา มาในรูปกระเป๋าถือและกระเป๋าสะพาย ที่มิกซ์เอาหนังสัตว์และวัสดุที่ต่างกัน เช่น ลายเสือดาว, ลายงู และลายจระเข้ รวมถึงรุ่น Margaux กระเป๋าทรงสี่เหลือมผืนผ้าทรงเบสิค เน้นการใช้งาน มาในไซส์มินิและลายเสือดาว โทนสีต่างๆกัน อีกรุ่นคือ Dorie กระเป๋าปั้มหนังลายหนังจระเข้และหนังงู รวมถึงงานเฟอร์ขนและลายปริ้นท์เมทัลลิค, กระเป๋ารุ่น Betty กระเป๋าทรงถัง แต่งหนัง 2 ชนิด หนังแท้และหนังกล้บ สุดท้าย กระเป๋าโท้ทรุ่น Molly เน้นการใช้งาน สามารถใส่แล็ปท็อปขนาด 13 นิ้วได้ และรุ่นสุดท้าย กระเป๋าทรงถัง เน้นความจุรุ่น Dorie ที่เน้นการใช้งานเป็นพิเศษ

ซีซั่นนี้ นับว่าเป็นซีซั่นที่เปิดตัวคอลเล็กชั่นที่ 2 ของกระเป๋าคอลเล็กชั่น make it mine หรือคอลเล็กชั่นกระเป๋าที่สามารถตกแต่งออกแบบเองได้ตามใจ ด้วยการเปลี่ยนฝาปิดกระเป๋า, สายคล้องกระเป๋า และพิเศษด้วยฝาปิดกระเป๋าทวิสต์ล็อคอันเป็นเอกลักษณ์วว

 

 

เครื่องประดับ

เครื่องประดับซีซั่นนี้ยังคงความหรูหรา, ทันสมัยและเฟมมินีน ดังเช่น คอลเล็กชั่น Future Heirlooms ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 70 อาทิ หมุดและแหวานรูปทรงสเปด, เปลือกหอย, แมลงปอและแมลงปีกแข็ง

ต่างหูและแหวนทรงอุ้งเท้าแมวสุดคิ้วท์ เป็นการผสมผสานของโลหะและหิน

การดีไซน์หลักๆเน้น ความทันสมัยและความผสมผสานของหินชนิดต่างๆ อาทิ เรซินและกระเบื้องเคลือบ ในโทนสีคัลเลอร์บล็อคต่างๆ อาทิ ม่วงและน้ำตาล, ชมพูและเหลือง

สุดท้าย ได้มีนำเสนอคอลเล็กชั่นจึ้ตัวอักษร ซึ่งออกแบบตามกราฟฟิกของสเปด อีกด้วย

แฟชั่นเครื่องประดับ

เครื่องประดับอื่นๆที่เป็นเอกลักษณ์ของซีซั่นนี้ อาทิ ยางรัดผม, ผ้าโผกหัว ที่มาในโทนสีฉูดฉาด, ลวดลายฟลอรัลดอกไม้และลายสัตว์ อันรวมถึงถุงน่องกลิตเตอร์วิบวับ, ถุงเท้า และผ้าพันคอไหม ในลายสัตว์และโทนสีสดๆ

 

 

 

 

 

 

 

รองเท้า

รองเท้าซีซั่นนี้เน้น ถูกออกแบบมาในโทนสีเดียวกันกับคอลเล็กชั่นเสื้อผ้า โดยไอเทมหลักๆ อาทิ รองเท้าบู๊ทยาวและรองเท้าสันตึกหนาๆ สีสันสดใส มีมาให้เลือกทั้งหนังแต่งลวดลายและหนังกลับ รวมไปถึง รองเท้าส้นสูง, รองเท้าบู๊ท

สำหรับปีนเขา แต่งลวดลายดอกไม้ ไปจนถึงสนีคเกอร์ผ้าใบที่มาในหลากหลายวัสดุ ตั้งแต่ ผ้าไนลอน, กำมะหยี่,

กลิตเตอร์, หนังกลับ และวัสดุสะท้อนแสงต่างๆ

โทนสีหลัก อาทิ สีลาเวนเดอร์, ชมพู และโทนสีสว่างๆบนลายเสือ ที่สำคัญ ยังคงปรุงแต่งรายละเอียดด้วยงาน

จิลเวลรีย์ หรือเพิ่มความคิ้วท์ด้วยหัวใจดวงเล็กๆเพิ่มเข้าไป แม้แต่ถุงเท้า ก็ยังใส่ความวิบวับกลิตเตอร์สุดหรู แต่ยังคง เน้นความเคลื่อนไหว, ยืดหยุ่นและคล่องตัว

 

 

เคสมือถือ

การแต่งแต้มสีสันและการประดับประดาดังที่เห็นบนกระเป๋าถือและเสื้อผ้า มาจนถึงอุปกรณ์ไฮเทค มือถือ ที่ถูกใส่ความน่ารักของแก้งค์สัตว์น้อยใหญ่ “spademals” มารังสรรค์ลงบนไอเทมเคสมือถือต่างๆได้อย่างมีสีสัน

 

 

www.katespadelookbook.com/fall2019