ชวนเปิดประสบการณ์กินอาหารอินเดียร่วมสมัย
โดยตระกูลเชฟชาววัง ที่ “indus @Sukhumvit 26”

#MadamePuja ได้รับการเชื้อเชิญจากพี่เอิร์ธ สายสว่าง : ที่เป็นนักชิมตัวยง ให้มาลองชิมอาหารอินเดีย ที่ indus  …….มาดามปูจ๋า#Glitzmagazines รีบตอบรับทันทัน   คิดว่าต้องไปชิมอาหารอินเดียสักครั้งในชีวิต  ….. ภาพบรรยากาศ​ร้าน​ ถ่ายด้วยกล้องมือถือ​ #ReadmiNote8pro #ปรับ​แสงให้ใสขึ้นด้วย​ แอป#Camera360

คุณสิธ-สิธธัตถะ เซกาล /Mr.Sid Sehgal

 มาทำความรู้จักกับได้มีโอกาสได้พบกับเจ้าของผู้ก่อตั้ง ร้านอาหารอินดัส  กันก่อนค่ะ คุณสิธ-สิธธัตถะ เซกาล”  ได้เผยถึงความเป็นมาว่าผมเกิดและโตที่กรุงเทพ ช่วงเรียนมัธยมผมสังเกตเห็นว่าความเข้าใจของอาหารอินเดียในหมู่คนไทยนั้นไม่ดีนัก เนื่องจากคุณภาพและความหลากหลายของอาหารอินเดียเมื่อ 20 ปีก่อนค่อนข้างจำกัด  ในช่วงที่ผมเรียนมหาวิทยาลัย ผมได้มีโอกาสลองไปทานอาหารอินเดียรสเลิศหลายแห่งทั่วโลก รวมถึง นิวยอร์ก ลอนดอน ดูไบ และอีกหลายแห่งในอินเดีย ผมจึงรู้สึกว่าอาหารอินเดียไม่ได้ถูกนำเสนออย่างถูกต้องในบ้านเกิดของผมและต้องการสร้างบางสิ่งที่พิเศษจริงๆ ครับ

คุณหนูนา และ คุณสิธ

คุณสิธ ได้เล่าเสริมถึงที่มาของร้านอินดัส ว่า “อินเดียมีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งย้อนกลับไปในอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ มีการค้นพบโบราณวัตถุในยุคนั้น แสดงให้เห็นว่าผู้คนในสมัยก่อนนั้นเคยใช้เครื่องถ้วยชามและมีดโบราณที่ทำจากหินบรอนซ์และทองแดง  เชื่อกันว่าคนเหล่านี้เป็นหนึ่งในคนแรกของโลกที่เปลี่ยนแนวคิดการกินเพื่อความอยู่รอดเป็นการกินเพื่อความเพลิดเพลิน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้แรงบันดาลใจในการใช้ชื่อ Indus 

การได้รับรางวัลทำให้เรารู้สึกดี เพราะมั่นใจว่าผู้ลงคะแนนและสมาชิกของสื่อต่างชื่นชมกับอาหารและบริการของทางร้าน และรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลมากมายในระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมาจากสื่อชั้นนำหลายรายการ เช่น Michelin, Thailand Tatler, BK, Bangkok Best Dining, วงใน, แชลล์ชวนชิม,  The Iron Chef และอีกหลายรายการ อย่างไรก็ตามความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเราคือการได้เห็นแขกที่กลับมากินอาหารที่ร้านซ้ำ 

ช่วงที่เปิดร้านแรกๆ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ลูกค้าชาวไทยจำนวนน้อยมากที่สนใจอาหารอินเดีย อาจเป็นเพราะประสบการณ์ในอดีตที่น่าผิดหวัง  ทุกวันนี้ลูกค้าของทางร้านเกือบ 50% เป็นคนไทยและอีก 50% เป็นชาวต่างชาติ อย่างที่ผมได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ หนึ่งในเหตุผลที่ผมเริ่มต้น Indus คือความต้องการเปลี่ยนความรู้และความเข้าใตเกี่ยวกับอาหารอินเดียในหมู่คนไทยและผมคิดว่าเราประสบความสำเร็จในการทำเช่นนั้นในระดับหนึ่ง เรายังคงต้อนรับผู้คนมากมายที่ลองอาหารอินเดียเป็นครั้งแรกกับเราและเรามีความยินดีเมื่อพวกเขาประหลาดใจอย่างน่ายินดี!”

indus : ชื่อนี้มีที่มา : Indus # อินดัส  เป็นภาษากรีกโบราณ  หมายถึง “แม่น้ำสินธุ” ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญ แหล่งอารยธรรมเริ่มแรกของอินเดีย (ปัจจุบันอยู่ในประเทศปากีสถาน) 

สำหรับการตกแต่งร้าน   อินดัส-indus  จะได้ฟิลลิ่งความเป็นอินเดียตั้งแต่ประตูหน้าร้าน ภายในร้านประดับด้วยผลงานศิลปะยุคราชวงศ์โมกุล   ยิ่งเพิ่มสเน่ห์ให้กับบ้านยุค 60 สองชั้น  เมื่อเดินเข้าไปด้านในจะพบกับห้องอาหารในบรรยากาศอบอุ่น   

พื้นที่ด้านหลังก็เป็นห้องอาหาร ที่มองเห็นสนามหญ้าร่มรื่น    นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ Outdoor  เหมาะสำหรับจัดงานเลี้ยงส่วนตัว  สามารถรองรับแขกที่มาร่วมงานปาร์ตี้ได้มากถึง 200 คน

อินดัส-indus ป็นร้านอาหารอินเดียแนวร่วมสมัย Contemporary , Fine Dining มีความหรูหรา  เสิร์ฟอาหารอินเดียที่รับแรงบันดาลใจจากอาหารราชวงศ์โมกุลทางเหนือของอินเดีย เป็นสูตรต้นตำหรับที่หอมกรุ่นเครื่องเทศแบบฉบับเฉพาะตัว ทุกเมนูเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ  นอกจากนี้ยังได้รวบรวมเมนูเด็ดจากหลายรัฐทั่วประเทศทั้งตอนเหนือและตอนใต้  รวมทั้งอาหารจากนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดียอีกด้วยค่ะ

ในทุกเมนูถูกรังสรรค์ความอร่อยผ่านเชฟชาววัง ชื่อ เชฟคูเรชี่ Mr. Mohammed Eslam Munna Qureshi เชฟผู้มีประสบการณ์ระดับมือรางวัล Master Chef มาจากครอบครัวนามสกุลคูเรชี่ ถือเป็นตระกูลเชฟชื่อดังที่ทำงานในวัง และในบางวังที่อินเดียจะเลือกแต่เชฟที่มีนามสกุลคูเรชี่เท่านั้นเจ้าค่ะ  

MadamePuja กระทบไหล่ เชฟคูเรชี่

อาหารมื้อมีความลงตัว… หลอมรวมความเป็นอดีต ปัจจุบัน
ที่ส่งผ่านความร่วมสมัยของวัฒนธรร​มอาหารอินเดีย…ผ่านแต่ละเมนูที่ได้ชิม

#MadamePuja ลองกินจนครบจบคอร์ส ต้องยกแม่โป้งสองนิ้วรัวๆ บอกเลยว่าอร่อยติดใจ กินง่าย เป็นอาหารอินเดียที่ใครๆ ก็กินได้ และกินง่ายแน่นอน…. ที่สำคัญมีเมนูหลากหลายที่ต้องติดดาวให้เลยค่ะ

เริ่มกันที่ เมนูเรียกน้ำย่อย    Complementary จากทางร้าน :ชื่อ ปาปาดัม (Papadum)  เป็นแผ่นแป้งบางกรอบเค็ม กินคู่กับชุดซอส มีให้เลือก  4 ชนิด  ซอสมะม่วง ซอสมะขาม  ซอสมินต์ และหอมแดงดอง   MadamePuja รู้สึกว่าถูกจริตกับซอสมะขามมากที่สุดค่ะ

 ไฮไลต์ของที่นี่เป็นเมนูจานเด็ด ที่ทำออกมาจากเตาทันดูร์  ใช้เครื่องเทศสูตรพิเศษของทางร้าน อาหารจึงอร่อย หอม รสกลมกลม  อร่อยคูณสองเมื่อกินคู่กับแป้งเคบับและแป้งนานที่เสิร์ฟมาร้อนจากเตาทันดูร์       

แป้งนาน


ถัดมาเป็น Street Food  เมนูกินเล่นยอดนิยมที่คนอินเดียชอบกิน  เมนูนี้ชื่อว่า Papdi Chaat ทางร้านจับแป้งกรอบแผ่นจิ๋วมาแปลงโฉมใหม่ ท็อปปิ้งด้วยเครื่องเคียงหลายชนิด กินเพลินเลยค่ะ

 

Tandoori Creamy Broccoli   จานนี้ชื่นชอบเป็นพิเศษ   เป็นบล็อคโคลี่ชิ้นโตหวาน กรอบ นุ่ม หอม มัน กลมกล่อม ที่ร้านใช้บล็อคโคลี่จากโครงการหลวง หมักกับม็ดมะม่วงหิมพานต์บด ครีม ชีส ปรุงด้วยผงกระวาน ย่างในเตาทันดูร์   เมนูนี้เหมาะกับสายมังสวิรัติค่ะ

Indus Kebab-E-Malai  เมนูนี้ห้ามพลาดเช่นกัน  อร่อยดับเบิ้ลเมื่อท๊อปด้วยซอสมะขาม ที่หวานแซมเปรี้ยวกลมกล่อม  หรือจะบีบมะนาวเพิ่มก็อร่อยจัดจ้านไปอีกแบบค่ะ จานนี้ใช้ไก่เนื้อนุ่ม หมักด้วยโยเกิร์ต ครีม ชีส กระวาน เม็ดมะม่วงหิมพานต์บด และเครื่องเทศต่างๆ ย่างในเตาทันดูร์จนเกรียม   

Tandoori Tiger Prawns เป็นกุ้งย่างนเตาทันดูร์ หอมๆ  ใช้กุ้งกุลาดำหมักกับน้ำมันมัสตาร์ด ใบ Fenugreek โยเกิร์ต ก่อนนำไปย่างให้หอมๆ  

ขอคั่นด้วยแป้งโรตี และแป้งนาน สูตรพิเศษ จาก Indus มีหลาย Texture  อร่อยคนละแบบ  เราใช้มือฉีกแป้งนำมาจิ้มหรือห่ออาหารได้ตามชอบค่ะ  แนะนำให้ใช้มือกินตามวัฒนธรรมอินเดียเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวเลอะมือ ทางร้านมีเตรียมผ้าไว้ให้เช็ดมือ

 Raan สำหรับเมนูนี้เป็น ขาแกะสูตรอินดัส ทางร้านทำย่อยมาเป็นฝอยๆ ให้เรากินกันง่ายๆ นำเนื้อแกะมาห่อด้วยแป้ง NAAN   เมนูนี้ใช้เวลาทำประมาณ 7 ชั่วโมง ใช้วิธี slow cooked ก่อนนำไปย่างในไฟอ่อนๆ จนสุกนุ่ม เนื้อแกะนุ่ม เคล้ากลิ่นเครื่องเทศที่พอเหมาะ กินแล้วฟิน!!! …ไม่มีกลิ่นสาบเลยค่ะ 


Laal Maas เมนูนี่เสิร์ฟในหม้อทองแดง ทรงถัง ดูหรูอลังการ  เป็น
แกงกะหรี่เนื้อแพะรสชาติเผ็ดจาก รัฐราชสถาน  ปรุงโดยใช้โยเกิร์ต กระเทียมและพริกป่นสีแดง

Khatte Baingan เมนูนี้ออกรสเปรี้ยว ด้วยมะเขือม่วงปรุงด้วยหอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ โยเกิร์ต เคล้าความหอมด้วยเครื่องเทศสูตรเด็ดจาก Indus
Murgh Dum Biryani  เป็นเมนูข้าวหมกไก่ไฮโซ สไตล์อินเดียจ้า   ใช้ข้าวหอมบาสมาติ (Basmatic Rice) ซึ่งเป็นข้าวหอมประจำชาติและเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศอินเดีย  ได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งความหอม เม็ดยาว รี หุงมาแบบเรียงเม็ดสวยงาม   อบมาในหม้อดิน ปิดผนึกด้วยแผ่นแป้ง   ซ่อนไก่หมักเครื่องเทศไว้ด้านใต้ โรยด้วยหอมเจียวกับหญ้าฝรั่น  หรือ  Saffron ที่จัดว่าเป็นเครื่องเทศที่แพงที่สุดในโลก!!! ทำให้เมนูข้าวหมกไก่หม้อนี้มีความหอมกรุ่น และไฮโซสุด ๆ  

 

ปิดท้ายด้วยขนมหวานสไตล์อินเดีย  

Desserts Kulfi   เป็นไอศครีมโฮมเมด ถือเป็น Signature ของประเทศอินเดียเลยค่ะ

Phirni   พุดดิ้งข้าวโรยหญ้าฝรั่นและกระวานเขียวเสิร์ฟร้อน 

Gulab jamun flambé  ขนมกุหลับจามาน  ใช้นมเคี่ยวให้แห้ง นำไปทอด และแช่น้ำเชื่อมผสมน้ำกุหลาบนำมาเตรียมหน้าโต๊ะของคุณ ด้วยเปลวไฟที่อ่อนของไอริชวิสกี้

เมนูจ๊อบมื้อนี้ ด้วยแป้งนานทอดกรอบราดด้วย Icing และ Chocolate Sauce กินคู่กับไอศครีม Desserts Kulfi และสตรอเบอร์รี่สด  

  +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ร้านอาหาร Indus (อินดัส) สุขุมวิท 26

  • ซอยสุขุมวิท 26  ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
  • โทร.02-258-4900, 086-339-8582
  • E-mail: indus@indusbangkok.com
  • FB :indusbkk
  • www.indusbangkok.com

มีที่จอดรถ

  • เปิดทุกวันเวลา 11.30 – 14.30 น. และ 18.00 – 22.30 น.
  • ราคา 500 – 3,000 บาท
  • รับเงินสดและบัตรเครดิต